ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

    LHรายได้ปี56แตะ2.5หมื่นล. เล็งนำอสังหาให้เช่าเข้ากองทุน

    Back16 มกราคม 2556

    ทันหุ้น - LH แย้มรายได้ปีนี้โต 2.5 หมื่นล้านบาท ส่วนยอดขายคาดอยู่ที่ 3 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนที่มียอดขายที่ 2.5 หมื่นล้านบาท ส่งซิกกำไรปีนี้เป็นเลข 2 หลัก พร้อมผุด 24 โครงการใหม่ มูลค่า 4.3 หมื่นล้านบาท เตรียมงบลงทุน 1 หมื่นล้านบาท ซื้อที่ดิน-พัฒนาโครงการ เล็งนำโครงการอสังหาให้เช่าเข้ากองทุนช่วงครึ่งหลังปีนี้ และจ่อออกหุ้นกู้ไม่ต่ำกว่า 6 พันล้านบาท คาดออกล็อตแรกเดือนมีนาคมนี้ที่ 3 พันล้านบาท ที่เหลือออกช่วงไตรมาส 3/2556

     

    นายอดิศร ธนนันท์นราพูล กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2556 เติบโตราว 2.5 หมื่นล้านบาท จากปี 2555 ที่น่าจะเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2 หมื่นล้านบาท ในขณะที่กำไรสุทธิในปี 2556 คาดว่าจะยังคงเติบโตเป็น 2 หลัก จากปี 2555 ที่รายได้และกำไรสุทธิเติบโตได้เกินกว่าเป้า

     

    ส่วนยอดขายปีนี้ตั้งเป้าหมายไว้ 3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.5% จากปี 2555 ที่มียอดขายรวม 2.51 หมื่นล้านบาท และเพิ่มขึ้น 30.8% เมื่อเทียบกับปี 2554 สำหรับแผนการเปิดโครงการใหม่ บริษัทคาดว่าจะเปิด 24 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 43,295 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 15 โครงการ และต่างจังหวัด 9 โครงการ โดยแบ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยว 10 โครงการคอนโดมิเนียม 10 โครงการและทาวน์เฮาส์ 4 โครงการ อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทได้เตรียมงบลงทุนทั้งหมดไว้ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นงบสำหรับซื้อที่ดิน 7,000 ล้านบาท และการลงทุนด้านการพัฒนาหรือซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่าอีก 3,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการลงทุนในประเทศ 2,000 ล้านบาท และซื้อโครงการในสหรัฐ จำนวน 1,000 ล้านบาท  ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Prof t Margin) ในปี 2556 บริษัทคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.5% จากสิ้นปี 2555 ที่อยู่ระดับ 33% เนื่องจากไม่มีความเสี่ยงเหตุการณ์น้ำท่วม ประกอบกับไม่มีผลกระทบการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ โดยบริษัทคาดว่ารายได้จากค่าเช่าในปีนี้จะเติบโตขึ้นประมาณ 16% และกำไรจากบริษัทย่อยและบริษัทเพิ่มทุนจะเพิ่มขึ้นประมาณ 28%

     

    สำหรับต้นทุนค่าก่อสร้างในปีนี้ บริษัทยังมีแรงกดดันจากค่าวัสดุก่อสร้างและค่ารับเหมาก่อสร้างคอนโดมิเนียม ที่ค่อนข้างสูง โดยต้นทุนของคอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้นมาจากค่าที่ดินและค่ารับเหมาก่อสร้าง โครงการ ทำให้ปีนี้บริษัทมีแผนจะมีการปรับขึ้นราคาขายโครงการประเภทคอนโดมิเนียมขึ้น อีกอย่างต่ำ 5% ส่วนบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์อาจปรับขึ้นราคาราว 4-5% เนื่องจากต้นทุนสูงขึ้นไม่มากเท่าคอนโดมิเนียม

     

    ทั้งนี้บริษัทมีแผนนำโครงการอสังหาริมทรัพย์ ให้เช่าที่สามารถขายเป็นสินทรัพย์ ของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงปลายปีนื้ ได้แก่ ศูนย์การค้าเทอร์มินัล 21 เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ 2 แห่ง คือ เซ็นเตอร์พอยท์ถนนวิทยุ และเซ็นเตอร์พอยท์ราชดำริ มูลค่าโครงการทั้งหมดรวม 9.9 พันล้านบาท

     

    ส่วนโครงการลงทุนในต่างประเทศปีนี้ตั้งงบลงทุน 1 พันล้านบาท เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ให้เช่าในซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากในช่วงเดือนธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา บริษัทได้ซื้อโครงการอพาร์ตเมนต์เซอร์วิสไปแล้ว 1 แห่ง มูลค่าราว 11 ล้านดอลลาร์ โดยบริษัทตั้งเป้าอัตราผลตอบแทนที่ 15% ซึ่งในปีนี้มีแผนจะซื้ออีก 2 โครงการ มูลค่าโครงการละ 500 ล้านบาท ซึ่งจะซื้อช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556 จำนวน 1 โครงการ และครึ่งปีหลัง จำนวน 1 โครงการ

     

    นอกจากนี้ บริษัทมีแผนจะออกหุ้นกู้จำนวนไม่ต่ำกว่า 6 พันล้านบาท โดยแบ่งเป็นการออกช่วงไตรมาส 1/2556 จำนวน 3 พันล้านบาท และไตรมาส 3/2556 อีก 3 พันล้านบาท โดยจะเสนอขายล็อตแรกในเดือนมีนาคม 2556 วงเงินประมาณ 3-3.5 พันล้านบาท อายุประมาณ 3 ปี ซึ่งอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของหุ้นกู้อายุ 3 ปีจะอยู่ที่ประมาณ 2.9% ดังนั้น ต้นทุนดอกเบี้ยของบริษัทก็คงจะสูงกว่าระดับดังกล่าวเล็กน้อย ขณะที่ปีนี้บริษัทจะมีหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนดไถ่ถอนราว 5 พันล้านบาท

     

    ทันหุ้น 
    16 มกราคม พ.ศ. 2556