ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

    LH ตั้งกองหมื่นล.ใช้เทอร์มินอล 21 ร่วมสาขาโฮมโปรฯ มีกำไรพิเศษเล็งปันผลเพิ่มไตรมาส 4

    Back26 สิงหาคม 2556

    LH จับมือ HMPRO คลอดพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ รวมหมื่นล้าน

    แลนด์ฯ จ่อบุ๊กกำไรพิเศษ จ้องปันผลเพิ่ม

    นายอดิศร ธนนันท์นราพูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH)เปิดเผยว่า ภายในเดือน ส.ค.นี้ บริษัทมีแผนจะยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล(ไฟลิ่ง) เพื่อจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์) ร่วมกับบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO)ในเบื้องต้นคาดว่าจะมีขนาดกองรวมกันประมาณ 1 หมื่นล้านบาทโดยตามแผนจะสามารถจัดตั้งกองทุน และเสนอขายหน่วยลงทุนได้ในช่วงไตรมาส 4 นี้

    สำหรับสินทรัพย์ในส่วนของบริษัทที่จะนำมาร่วมจัดตั้งกองทุน คือ เฉพาะส่วน

    ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ซึ่งคาดว่าจะมีขนาดกองทุนนี้ประมาณ 6,000 ล้านบาท

    โดยหากจัดตั้งและเสนอขายได้ตามแผนบริษัทจะบันทึกกำไรพิเศษเข้ามาในงวดผลประกอบการไตรมาส 4 นี้ และส่งผลดีให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่น

    "ตอนนี้ยังเดินหน้าแผนเดิมออกในไตรมาส 4 มองว่าภาวะตลาดหุ้นยังโอเคอยู่ แม้เริ่มเห็นความผันผวน ซึ่งยังมีเวลาเพื่อรอดูจังหวะและภาวะตลาดถ้าภาวะไม่เอื้อยังสามารถเลื่อนการขายออกไปได้หลังไฟลิ่งจนถึงปีหน้า แต่ถ้าทุกอย่างยังเป็นไปตามแผน ปีนี้บริษัทจะบันทึกกำไรพิเศษเข้ามาด้วย"

    สำหรับรูปแบบที่มีการนำสินทรัพย์มาตั้งกองทุนร่วมกันไม่มีประเด็น เพราะเคยออกร่วมกับควอลิตี้เฮ้าส์มาแล้ว โดยนำเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ไปเป็นสินทรัพย์เข้ากอง

    ทั้งนี้ บริษัทมีแผนใช้เงินใน 2 ส่วนหลักคือ การลงทุนขยายกิจการตามแผนในช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่องถึงปีหน้าและนำไปพิจารณาจ่ายเป็นเงินปันผลเพิ่ม สำหรับผลการดำเนินงวดครึ่งหลังของปี 2556

    นางจันทนา กาญจนาคม กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กล่าวว่า บริษัทได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการกองทุน ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าขนาดกองทุนจะไม่ต่ำกว่า1 หมื่นล้านบาทโดยมาจากสินทรัพย์ของLH และบางสาขาของ HMPRO อีกทั้งยังอยู่ระหว่างการเจรจากับคอมมูนิตี้มอลล์อีก1 ราย ซึ่งหากบรรลุข้อตกลงได้จะส่งผลให้กองทุนนี้มีขนาดเพิ่มขึ้น

    อย่างไรก็ดี การจัดตั้งกองทุนได้มีการศึกษาและทำงานอย่างต่อเนื่องเพราะสินทรัพย์ที่จะนำเข้ามาร่วมตั้งกองทุนของเจ้าของแต่ละรายมีสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน แต่ถือว่ามีข้อดีที่ผู้ถือหน่วยจะได้ลงทุนในกองทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงในด้านสินทรัพย์ที่หลากหลาย

    นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงและดูแลผลประโยชน์ของทั้งฝั่งเจ้าของสินทรัพย์ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณภาพดี ส่งผลให้ต้องใช้เวลาในการเจรจา และการคำนวณผลตอบแทนที่เหมาะสมให้กับผู้ถือหน่วย

    ปัจจุบันในฝั่งนักลงทุนมีความเข้าใจในการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ดีขึ้น และมีแนวโน้มความต้องการการลงทุนเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นหลักทรัพย์ที่เหมาะสมในการลงทุนในระยะยาว และยังให้ผลตอบแทนสูงสม่ำเสมอจากเงินปันผล โดยหากพิจารณาอัตราเงินปันผลตอบแทนเฉลี่ยในปี 2555 ที่ผ่านมาของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ระดับ 4-7% สูงกว่าอัตราเงินปันผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ที่ทำได้ที่ระดับ 3-4% ทั้งนี้กองทุนนี้มีธนาคารไทยพาณิชย์เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

     

    โพสต์ทูเดย์
    26 สิงหาคม พ.ศ. 2556